ภาพประกอบบทความ Google Workspace สามารถ Recall Email ได้ หรือ ไม่ ? (Can Google Workspace Recall Email?)

Google Workspace สามารถ Recall Email ได้ หรือ ไม่ ?

การ Recall Email เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการเป็นอย่างมาก เพราะบางทีผู้ใช้งานอาจผิดพลาดส่งอีเมลไปหาผู้รับผิดคน หรือ ส่งอีเมลที่เนื้อหาไม่ถูกต้องจนทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่การ Recall Email นั้น ไม่ได้สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะมีปัจจัยในหลาย ๆ เรื่อง และยังมีกฎบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม Google Workspace ยังมี Function Undo Send มาให้สำหรับผู้ที่ต้องการยกเลิกการส่ง

Undo Send ใน Google Workspace คืออะไร ?

Undo Send คือ Function ที่ทาง Google ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในกรณีที่ผู้ใช้งาน อาจส่งหาผู้รับผิดคน หรือ ยังแก้ไขเนื้อหาในอีเมลไม่เสร็จ และเผลอไปกดส่งเข้า ตัว Undo Send นี้ก็จะมี POP UP ขึ้นมาผู้ใช้งานสามารถกด Undo Send ได้ ซึ่งจะมีระยะเวลา 5 – 30 วินาที (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า)

สามารถตั้งค่า Undo Send ได้อย่างไร ?

  1. เข้าไปที่หน้า Gmail
  2. เข้าไปที่ Settings และเลือก See all settings
  3. ในหน้า General ให้หาหัวข้อ Undo Send
  4. เลือกระยะเวลาที่ต้องการแสดง POP UP (5, 10, 20 หรือ 30 วินาที)
  5. กด Save Changes เพื่อบันทึก

ข้อจำกัดของ Undo Send !

  • หากไม่ได้เปิดใช้งาน Function Undo Send ไว้ล่วงหน้า จะไม่สามารถยกเลิกการส่งอีเมลได้
  • สามารถตั้งเวลา POP UP ได้สูงสุด 30 วินาทีเท่านั้น หากไม่ได้กด Undo Send ภายในเวลาที่ตั้งค่า อีเมลจะถูกส่งถึงผู้รับ และไม่สามารถยกเลิกได้

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Recall Email เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการเป็นอย่างมาก เพราะบางทีผู้ใช้งานอาจผิดพลาดส่งอีเมลไปหาผู้รับผิดคน หรือ ส่งอีเมลที่เนื้อหาไม่ถูกต้องไปจนทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่การ Recall Email นั้น ไม่ได้สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Google Workspace ยังมี Function Undo Send มาให้สำหรับผู้ที่ต้องการยกเลิกการส่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อการย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล (Moving data within an email to another email)

การย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล

เนื่องจากการใช้งานอีเมลบริษัทนั้น บางทีอาจต้องการลบอีเมลออก แต่ยังต้องการเก็บข้อมูลไว้จึงทำให้ต้องการย้ายข้อมูลจากอีเมลที่ต้องการลบไปยังอีกหนึ่งอีเมล สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

ขั้นตอนการย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล

  1. เข้าหน้า Admin Console ของ Google Workspace
  2. เข้าหัวข้อ Data
  3. เข้าหัวข้อ Data import & export
  4. เข้าหัวข้อ Data Migration
  5. กด Migrate ที่หัวข้อ Google Workspace emails
  6. ทำตามขั้นตอนในหัวข้อดังกล่าว

ข้อควรระวัง !

พื้นที่ของอีเมลที่จะย้ายข้อมูลไปนั้น ควรมีพื้นที่ที่มากพอ เพราะการย้ายไปจะใช้งานพื้นที่ของอีเมลนั้น ซึ่งหากพื้นที่ไม่มากพอ อาจทำให้พื้นที่เต็ม จนไม่สามารถ รับ – ส่งอีเมลได้ หรือ ทำให้ข้อมูลที่ย้ายไปไปไม่ครบ

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

การดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นจะช่วยให้ท่านย้ายข้อมูลอีเมลไปยังอีกอีเมล หรือ Back up ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และไม่ยุ่งยากผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องมีความสามารถในด้าน IT ก็สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อGoogle Workspace หนึ่งทางเลือกของ Email Hosting (Google Workspace, one alternative for Email Hosting)

Google Workspace หนึ่งทางเลือกของ Email Hosting

Email Hosting หรือ เรียกอีกอย่างคืออีเมบริษัท ซึ่ง Email Hosting นั้นมีให้เลือกใช้งานหลากหลายระบบโดย Google Workspace คือหนึ่งในระบบอีเมลที่มีผู้เลือกใช้งานอย่างมาก

Google Workspace คืออะไร ?

Google Workspace คือระบบอีเมลที่ให้บริการโดย Google โดย Google Workspace จะประกอบไปด้วย Email Hosting, Google Drive, Google Sheet, Google Meet, Google Docs และอื่น ๆ

Google Workspace มีให้บริการแบบใดบ้าง ?

Google Workspace มีให้บริการหลากหลาย Plan โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Google Workspace Business Starter

  • พื้นที่ 30 GB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 100 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google DocGoogle SheetGoogle Slides
  • ราคา 2,490 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Standard

  • พื้นที่ 2 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 150 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ราคา 5,600 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Plus

  • พื้นที่ 5 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 500 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ห้องเก็บข้อมูลนิรภัย (Google Vault)
  • ราคา 9,500 บาท / Account / ปี

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace คือ Email Hosting ที่มีผู้เลือกใช้งานอย่างมากโดย Google Workspace มีให้บริการหลากหลาย Plan ซึ่งการเลือกใช้งานควรเลือกใช้งาน Plan ที่ตอบโจทย์กับงบประมาณที่มี และความต้องการใช้งานมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อGoogle Workspace สำหรับมือใหม่ (Google Workspace for beginners)

Google Workspace สำหรับมือใหม่

Google Workspace บริการที่รวมเครื่องมือสำหรับการทำงานออนไลน์จาก Google ซึ่งรวมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน ทั้งEmail hosting การจัดเก็บไฟล์ ประชุมออนไลน์ และการทำงานร่วมในเอกสารเดียวกัน Google Workspace เป็น “ออฟฟิศออนไลน์” ที่ช่วยให้การทำงานราบรื่นยิ่งขึ้น โดยบทความนี้จะแนะนำข้อมูลเบื้องต้นของ Google Workspace สำหรับมือใหม่ รวมถึงวิธีการใช้งานฟีเจอร์หลัก ๆ

Google Workspace คืออะไร?

Google Workspace เป็นระบบและชุดโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันในรูปแบบออนไลน์ ประกอบด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยกัน เช่น Mail, Google Calendar, Google Drive, Google Docs, Google Sheets, Google Meet และ Google Chat โดย Google Workspace ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานผ่านทุกอุปกรณ์เพื่อให้สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา

ฟีเจอร์หลักที่ควรรู้ใน Google Workspace

  • Gmail: ระบบอีเมลที่มีฟังก์ชันที่ครบถ้วน และพื้นที่ที่สูงตอบโจทย์การเก็บข้อมูลบนคลาวน์ รองรับการใช้งานร่วมกับ Google Calendar และ Google Meet ทำให้สามารถนัดหมายหรือเชิญประชุมผ่านอีเมลได้อย่างสะดวก
  • Google Drive: พื้นที่จัดเก็บไฟล์ออนไลน์บนคลาวน์ที่รองรับการแชร์และการเข้าถึงไฟล์จากทุกที่หลายอุปกรณ์ ช่วยให้การจัดเก็บและการจัดการไฟล์ของทีมง่ายและปลอดภัย
  • Google Docs, Sheets และ Slides: เครื่องมือที่ใช้สร้างไฟล์เอกสาร สเปรดชีตตาราง และสไลด์พรีเซ็ตน์ที่สามารถทำงานร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการทำงานที่ต้องการร่วมกันออกความคิดเห็นหรือการแก้ไขงานร่วมกัน
  • Google Meet และ Google Chat: ระบบการประชุมออนไลน์ หรือ ช่องแชทการสื่อสารที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันจากระยะไกลสะดวกขึ้น โดยรองรับการประชุมออนไลน์ที่มีผู้เข้าร่วมได้มาก

ประโยชน์ของการใช้ Google Workspace

Google Workspace ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเอกสารที่ทุกคนในทีมสามารถเข้าถึงและแก้ไขได้พร้อมกัน การจัดการไฟล์อย่างเป็นระเบียบด้วย Google Drive หรือการสื่อสารผ่าน Google Meet และ Google Chat ซึ่งทั้งหมดถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถช่วยลดการใช้เครื่องมือหลายโปรแกรมและทำให้ทุกอย่างเป็นระบบในที่เดียว ประโยชน์ที่สำคัญคือการสามารถเข้าถึงและทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา ตราบใดที่มีอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace เป็นชุดโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารทางธุรกิจที่ได้รับความนิยมที่สุดอย่างอีเมล การจัดเก็บไฟล์Google Drive บนคลาวน์ หรือการประชุมออนไลน์Meeting เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่หรือองค์กรณ์ที่ต้องการให้การทำการออนไลน์เป็นระบบอย่างที่ต้องการ ระบบและเครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นและมีความยืดหยุ่นในการเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อการสร้างแบบสอบถามใน Google Forms (Creating a questionnaire in Google Forms)

การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms

สามารถทำการสร้างแบบสอบถามใน Google Forms ได้ตามวิธีดังต่อไปนี้

ต้องลงชื่อเข้าใช้งาน Google ก่อน

ลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Account Google เช่น gmail หรือ อีเมลบริษัทระบบ Google Workspace

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

เข้าไปที่ไดรฟ์ (Drive)

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

สร้าง Folder สำหรับเก็บแบบสอบถามที่กำลังจะสร้าง

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms

เข้า Folder ที่สำหรับเก็บแบบสอบถาม

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

กดที่ปุ่มใหม่ -> เลือก Google Forms -> แบบฟอร์มเปล่า

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

ออกแบบ ใส่ข้อมูล และตั้งค่าแบบฟอร์มตามที่ต้องการได้เลย

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

การส่ง หรือ แชร์แบบสอบถาม

หลังจากออกแบบเสร็จแล้ว กด “ส่ง” เพื่อแชร์ลิงค์แบบสอบถามได้เลย

ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”
ภาพประกอบบทความ “การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms”

ข้อมูลโดยสรุป

การสร้างแบบสอบถามใน Google Forms ต้องทำการลงชื่อเข้าใช้งานด้วย Account Google ก่อน เช่น gmail หรือ อีเมลบริษัทระบบ Google Workspace เสร็จแล้วทำตามขั้นตอนด้านบนได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อเลือกใช้งาน Google Workspace Plan ใดดี ? (Which Google Workspace Plan should I choose?)

เลือกใช้งาน Google Workspace Plan ใดดี ?

Google Workspace เป็นระบบอีเมลบริษัทที่ให้บริการโดย Google ซึ่ง Google Workspace มีให้บริการหลากหลาย Plan บทความนี้มาดูข้อแตกต่างของแต่ละ Plan กัน

Google Workspace มี Plan ใดบ้าง ?

Plan ของ Google Workspace ที่นิยมใช้งานกันในบริษัทมีดังนี้

Google Workspace Business Starter

Google Workspace Business Starter มีรายละเอียดดังนี้

  • พื้นที่ 30 GB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 100 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google DocGoogle SheetGoogle Slides
  • ราคา 2,650 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Standard

Google Workspace Business Standard มีรายละเอียดดังนี้

  • พื้นที่ 2 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 150 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ราคา 5,600 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Plus

Google Workspace Business Plus มีรายละเอียดดังนี้

  • พื้นที่ 5 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 500 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ห้องเก็บข้อมูลนิรภัย (Google Vault)
  • ราคา 9,500 บาท / Account / ปี

เลือกใช้งาน Plan ใดดี ?

การเลือกใช้งานควรเลือกใช้งาน Plan ที่ตอบโจทย์กับงบประมาณที่มี และความต้องการใช้งานมากที่สุด

หากต้องการ Google Workspace ราคาถูก สามารถทำอย่างไรบ้าง ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace เป็นระบบอีเมลบริษัทที่มีให้บริการหลากหลาย Plan ซึ่งการเลือกใช้งานควรเลือกใช้งาน Plan ที่ตอบโจทย์กับงบประมาณที่มี และความต้องการใช้งานมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อการดาวน์เกรด (Downgrade) ใน Google Workspace (Downgrade in Google Workspace)

การดาวน์เกรด (Downgrade) ใน Google Workspace

สำหรับบริษัทหรือองค์กรที่ใช้งาน Google Workspace หรือหลายท่านอาจคุ้นกับชื่อเดิม (G Suite) ชุดบริการบนคลาวด์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันขององค์กร ซึ่งประกอบด้วย Email, Google Drive, Google Meet, Google Docs, Google Sheets และ Google Slides เป็นต้น ซึ่งมีแผนบริการหลักๆอยู่ 4 ประเภทให้เลือกใช้งานตามความต้องการที่เหมาะสมกับบริษัทหรือองค์กรนั้นๆ คือ Business Starter, Business Standard, Business Plus หรือ Enterprise

ซึ่งบริษัทหรือองค์กรที่ใช้งานมาซักระยะ ในบางกรณีองค์กรอาจมีเหตุผลที่ต้องการ ดาวน์เกรด (Downgrade) แผนบริการอาจจะเพื่อลดต้นทุน หรือ เพื่อปรับให้ตรงกับการใช้งานจริง บทความนี้จะอธิบายถึงกระบวนการและข้อควรระวังเบื้องต้นเมื่อต้องการการดาวน์เกรด Google Workspace

สาเหตุของการดาวน์เกรด Google Workspace

  • แผนบริการที่ใช้งานอยู่เป็นแผนที่เกินกว่าความต้องการใช้งานของผู้ใช้งาน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์หรือพื้นที่เก็บข้อมูลที่มากเกินไป
  • ต้องการควบคุมงบประมาณต้องการลดต้นทุนในส่วนนี้ลงเพื่อให้ไม่สูญเสียค่าใช้จ่ายมากเกินความจำเป็น

เราจะดาวน์เกรด Google Workspace ได้เมื่อไหร่และอย่างไร ?

ในกรณี ดาวน์เกรด Google Workspace ที่เราจะพูดถึงกันในบนความนี้เป็นการดาวน์เกรด Google Workspace Google Workspace กับทางผู้ให้บริการ Google Workspace ที่เป็น Reseller กับทาง Google โดยตรงโดยหากท่านใช้งานกับทาง Reseller อยู่แล้วนั้นท่านสามารถแจ้งกับผู้ให้บริการที่ท่านใช้บริการอยู่โดยขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการและแจ้งความต้องการที่ต้องการดาวน์เกรด เพื่อให้ผู้ให้บริการแนะนำแผนบริการขั้นที่รองลงมาจากที่ท่านใช้งานอยู่

ช่วงที่จะทำการดาวน์เกรด Google Workspace คือช่วงระหว่างการต่ออายุระบบซึ่งท่านต้องปรึกษาและเตรียมตัวทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่จะถึงช่วงต่ออายุระบบเพื่อให้การดาวน์เกรด สำเร็จได้อย่างราบรื่นไม่ส่งผลต่อการใช้งาน

ข้อควรระวังหรือสิ่งที่ต้องกัดการเมื่อต้องการดาวน์เกรด Google Workspace

เมื่อเปลี่ยนแผนบริการลงมายังแผนบริการที่ต่ำกว่าแผนบริการเดิมที่ใช้งานย่อมมีผลกระทบเล็กน้อยที่ผู้ใช้งานต้องทราบร่วมกัน และปรับการใช้งานในบางอย่างเช่น

  • การลดพื้นที่เก็บข้อมูล แผนบริการที่ต่ำลงมาจะมีพื้นที่เก็บข้อมูลลดลงด้วย ดังนั้นควรตรวจสอบพื้นที่ที่ใช้อยู่ปัจจุบันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกินแผนบริการที่จะเปลี่ยนไปใช้งานเพื่อป้องกันพื้นที่เต็มได้
  • การปรับลดโควต้าผู้ใช้งานให้ลดลงจากแผนบริการเดิมช่วงที่ดาวน์เกรด ต้องปรับโควต้าผู้ใช้งานในตรงตามจำนวนที่จะดาวน์เกรดเพื่อป้องกัยปัญหาที่จะเกิดขึ้นในช่วงดาวน์เกรด
  • ต้องศึกษาความแตกต่างของแผนบริการที่จะดาวน์เกรดไปใช้งานก่อน ว่ามีความแตกต่างอย่างไรกับ แผนบริการปัจจุบัน และจะต้องเสียฟังก์ชันการใช้งานส่วนใดไปบ้างเพื่อแจ้งกับผู้ใช้งานให้ทราบก่อนทำการดาวน์เกรด
  • หากทำการ ดาวน์เกรดไปใช้งานแผนบริการที่ตำกว่าแล้วจะไม่สามารถกลับมาใช้งานแผนบริการปัจจุบันได้อีกในรอบต่ออายุรอบปีนั้นๆ หรือในบางกรณีหากต้องการกลับมาใช้งานแผนบริการเดิมหรือสูงกว่าจะต้องชำระค่าบริการของแผนบริการใหม่เพิ่มเติม
  • การสูญเสียฟีเจอร์ขั้นสูงบางอย่างที่แผนบริการเดิมมี เช่น การบันทึกการประชุมใน Google Meet, ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย และฟีเจอร์บางอย่างที่มีในเฉพาะแผนบริการนั้นๆจะไม่มีในแผนที่ต่ำกว่า

ข้อมูลโดยสรุป

การดาวน์เกรด Google Workspace เป็นวิธีที่องค์กรสามารถควบคุมงบประมาณและควบคุมการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนไปในองค์กร ซึ่งสามารถทำได้แต่ควรมีการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบและแจ้งผู้ใช้งานภายในองค์กรให้ครบถ้วนเพื่อเตรียมการก่อนการเปลี่ยนแปลงและเพื่อให้แน่ใจว่าการทำงานขององค์กรจะไม่สะดุดหรือเกิดปัญหาจากการสูญเสียฟีเจอร์ที่สำคัญบางประการไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อWhitelist/Blacklist Email ผู้ส่ง (Sender) Google Workspace (Whitelist/Blacklist Email Sender (Sender) Google Workspace)

Whitelist/Blacklist Email ผู้ส่ง (Sender) Google Workspace

ในระบบอีเมลของ Google Workspace การจัดการกับผู้ส่งอีเมลเป็นสิ่งสำคัญ โดยถึงระบบจะมีการกรอกอีเมลและป้องกันไว้อยู่แล้วแต่อาจมีอีเมลจากผู้ไม่หวังดีบางฉบับที่ยังส่งเข้ามาได้และอาจมีอีเมลจากผู้ติดต่อจริงบางฉบับที่ไม่สามารถส่งเข้ามาได้ การได้รับอีเมลขยะ (Spam) หรืออีเมลฟิชชิง (Phishing) สามารถก่อให้เกิดความไม่สะดวกและอาจทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจได้ การจัดการ Whitelist และ Blacklist ผู้ส่งอีเมลเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาเหล่านี้

  • Whitelist Sender ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าอีเมลจากผู้ส่งที่เชื่อถือได้จะไม่ถูกบล็อกหรือถูกส่งไปยังโฟลเดอร์สแปม / Junk
  • Blacklist Sender จะช่วยบล็อกอีเมลจากผู้ส่งที่ไม่พึงประสงค์ หรือผู้ที่มีประวัติการส่งอีเมลที่เป็นอันตราย

วิธีการ Whitelist ผู้ส่งใน Google Workspace

1.เข้าสู่ระบบ Google Admin Console ที่ admin.google.com

2.ไปที่ Apps > Google Workspace > Gmail > Spam, Phishing, and Malware

3.เลือก Blocked senders จากนั้นคลิก Configure

4. หัวข้อที่ 3.Options > Create or edit list

5. กด Add Address List

6.ตั้งชื่อ Address List > กด Add Adress และ เพิ่มรายชื่ออีเมลที่ต้องการ Whitelist จากนั้นกด Save

7.กลับมาที่หัวข้อ 3.Options > กด Use existing list > จากนั้นเลือก Address Listที่สร้างไว้

8. กด Save


วิธีการ Blacklist ผู้ส่งใน Google Workspace

1.สามารถทำตามขั้นตามการ Whitelist ได้เมื่อถึงขั้นตอนที่ 4 > เลือกหัวข้อที่ 1 > Create or edit list

2. กด Add Address List

3. ตั้งชื่อ Address List > กด Add Adress และ เพิ่มรายชื่ออีเมลที่ต้องการ Whitelist จากนั้นกด Save

4. กลับมาที่ 1. ป้อนคำอธิบายสั้นๆ > กด Use existing list > จากนั้นเลือก Address List ที่สร้างไว้ > กด Save


ข้อมูลโดยสรุป

การจัดการ Whitelist และ Blacklist ผู้ส่งอีเมลใน Google Workspace เป็นวิธีที่เพิ่มประสิทธิภาพในด้านความปลอดภัย และ ลดปริมาณอีเมลขยะในกล่องจดหมาย การ Whitelist ช่วยให้มั่นใจว่าอีเมลสำคัญจะถูกส่งถึงผู้รับ ขณะที่การ Blacklist ช่วยป้องกันอีเมลที่ไม่พึงประสงค์และอันตราย ทั้งสองวิธีมีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา การจัดการที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการสื่อสารผ่านอีเมลภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อวิธีนำอีเมลจาก Email Google Workspace เข้าไว้ใน Gmail  (How to import emails from Google Workspace Email into Gmail)

วิธีนำอีเมลจาก Email Google Workspace เข้าไว้ใน Gmail 

สำหรับการดึงข้อมูลอีเมลจากระบบอีเมลอย่าง Google Workspace หรือระบบอื่น ๆ ที่รองรับการทำงานของ POP3 มาเก็บไว้ยัง Gmail นั้นสามารถทำได้ดังนี้

วิธีการตั้งค่าเก็บข้อมูล

  • เริ่มต้นด้วยการ Login อีเมลเข้าไปยัง Gmail ที่ต้องการใช้เก็บข้อมูลและเข้าที่การตั้งค่า รูปเฟืองขวาบนของอีเมลนั้นๆ

  • เลือก Accounts and import และเข้าที่ ส่วน Check mail from other account กด Add a mail account เพื่อเริ่มขั้นตอน

  • จะมีหน้าต่างสีเหลือง ให้กรอกชื่ออีเมลที่ต้องการเพิ่ม กรอกเรียบร้อยแล้วกด Next

  • เลือก Import emails from my other account (POP3)

  • กรอกข้อมูล ผู้ใช้งาน , รหัสผ่าน , เซอร์ฟเวอร์ POP , พอร์ต ของระบบอีเมลที่อีเมลนั้นใช้งานอยู่
    และเลือก ติ๊ก ถูก ในช่องที่ต้องการให้ Gmail ดำเนินการ จากนั้นกด Add account

เมื่อทำการเพิ่มเรียบร้อยแล้วอีเมลจาก Google Workspace หรือระบบนั้น ๆ จะถูกดึงมาเก็บไว้ยัง Gmail ใน labels หรือ ป้ายกำกับ ตามชื่อที่กำหนดไว้ตามภาพด้านล่าง

ข้อมูลโดยสรุป

สำหรับวิธีการดึงข้อมูลอีเมลจากระบบอีเมลอย่าง Google Workspace หรือระบบอื่น ๆ ที่รองรับการทำงานของ POP3 มาเก็บไว้ยัง Gmail นั้นสามารถทำได้ตามวิธีการตามด้านบน ซึ่งหลักการของวิธีนี้จะคล้ายกันกับ การนำอีเมลไปแอด POP3 ใช้งานผ่านโปรแกรมตรวจสอบอีเมล เช่น Outlook โดยการดึงข้อมูลขาเข้าของอีเมลมาเก็บไว้ยัง Gmail เพื่อใช้เป็นการ Black up ข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องตรวจสอบอีเมลที่ดึงมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะทำการลบข้อมูลต้นฉบับออกจะเป็นการดีที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความสาเหตุที่ไม่พบอีเมลที่ส่งเข้ามาใน Inbox ของ GoogleWorkspace(Gmail) (The reason why emails sent into the Inbox of GoogleWorkspace (Gmail) cannot be found)

สาเหตุที่ไม่พบอีเมลที่ส่งเข้ามาใน Inbox ของ GoogleWorkspace(Gmail)

การใช้งานอีเมลอาจมีบางครั้งที่ผู้ติดต่อท่านแจ้งว่ามีการส่งอีเมลเข้ามาแล้ว แต่ท่านไม่พบอีเมลจากผู้ติดต่อดังกล่าว ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งเหตุการณ์นี้จะทำให้ท่านพลาดการติดต่ออาจผู้ติดต่อทางธุรกิจได้ โดยในบนความนี้เราจะมาหาสาเหตุและวืธีว่าสามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยตนเองได้อย่างไรบ้าง

สาเหตุที่ไม่พบอีเมลจากผู้ติดต่อ ใน Inbox

สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัยมาก ๆ ซึ่งที่เราสามารถตรวจสอบได้เบื้องต้นได้ด้านตนเองมีดังนี้

1. การกรองสแปม

อีเมลอาจถูกกรองว่าเป็นสแปมและย้ายไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปม/Junkโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบโฟลเดอร์สแปมเพื่อดูว่าอีเมลที่คุณรออยู่ที่นั่นหรือไม่ ตรวจสอบที่หัวข้อ Spam ตามในภาพด้านล่าง


2. การตั้งค่าโฟลเดอร์หรือฟิลเตอร์

ท่านอาจมีการตั้งค่าฟิลเตอร์ที่ทำให้อีเมลถูกย้ายไป labels หรือ ป้ายกำกับ แทนที่จะเข้ามาใน Inbox ตรวจสอบการตั้งค่าฟิลเตอร์ใน Gmail ตัวอย่างในภาพด้านล่างมีการตั้งค่าให้แยกอีเมลไปไว้ในป้างกำกับที่กำหนดไว้


3. การตั้งค่าการจัดหมวดหมู่

Gmail มีการจัดหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น หลัก โซเซียล โปรโมชั่น อัปเดต อีเมลอาจถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ที่ไม่ใช่หน้าหลัก ทำให้คุณไม่เห็นใน Inbox ลองคลิกตรวจสอบตามหมวดหมู่ดูเพิ่มเติมในกรอบตามภาพด้านล่าง

4. การบล็อกหรือการตั้งค่าด้านความปลอดภัย

หากผู้ส่งอีเมลถูกบล็อกหรือโดเมนของพวกเขาถูกตั้งค่าด้านความปลอดภัย อีเมลอาจไม่ถูกส่งไปยัง Inbox ของท่าน เข้าไปตรวจสอบการตัวกรองและที่ถูกบล็อกไว้ ตามภาพด้านล่าง ตัวอย่างในภาพคือการตั้งค่าว่าฉบับที่มีคำว่า “เงินกู้” ให้ทำการลบทิ้ง หรืออาจมีการตั้งค่า บล็อกผู้ส่ง หรือ โดเมนผู้ส่งนั้น ๆไว้

5.การเก็บอีเมลใน labels หรือ ป้ายกำกับอื่นๆ

การย้ายอีเมลไปเก็บไว้ใน labels หรือ ป้ายกำกับอื่นๆ ที่มีการสร้างไว้โดยข้อกำหนดต่าง ๆ เช่นอีเมลจากผู้ส่งนี้ให้ไว้ใน labels หรือ ป้ายกำกับ ชื่อนี้เป็นต้น ตรวจสอบได้ที่ด้านล่าง ซ้อยมือที่เมนู labels หรือ ป้ายกำกับ ตามภาพด้านล่าง

ข้อมูลโดยสรุป

สาเหตุหลัก ๆ ของการไม่พบอีเมลใน Inbox นั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุซึ่งการตรวจสอบสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้โดยวิธีตามด้านบน อย่างไรก็ตามการที่ไม่พบอีเมลนั้นยังเกิดได้จากหลายสาเหตุมากกว่าที่มีการยกตัวอย่างมาข้างต้น ซึ่งการตรวจสอบจะละเอียดและยากขึ้นมากกว่าที่ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยตนเอง ดังนั้นหากท่านเป็นผู้ใช้งาน GoogleWorkspace อยู่แล้วนั้นสามารถแจ้งปัญหาผู้ให้บริการระบบอีเมลของท่านตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาให้ท่านได้อย่างถูกต้องตรงจุดอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีแลนด์คือหนึ่งในผู้ให้บริการอีเมลบริษัทระบบ GoogleWorkspace สามารถสอบถามการทำอีเมลบริษัทระบบ GoogleWorkspace ได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ