ภาพประกอบบทความหัวข้อทำไม Google Workspace ถึงเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก (Why is Google Workspace suitable for small and medium-sized businesses?)

ทำไม Google Workspace ถึงเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก

ในอดีต ธุรกิจขนาดเล็กมักเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเทคโนโลยี แต่ด้วย Google Workspace ทุกธุรกิจสามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับองค์กรได้ในราคาที่คุ้มค่า และใช้งานง่าย

ค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า

Google Workspace มีค่าใช้จ่ายรายปีต่อผู้ใช้ในราคาที่เข้าถึงได้ ไม่ต้องลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ หรือ โครงสร้างพื้นฐานใด ๆ

ใช้งานง่ายแม้ไม่มีทีมไอที

อินเทอร์เฟซของ Google Workspace ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย ผู้ประกอบการสามารถตั้งค่าอีเมล และระบบได้เองโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคสูง

เพิ่มความเป็นมืออาชีพให้แบรนด์

การใช้อีเมลที่มีโดเมนบริษัท เช่น name@yourcompany.com ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ทางธุรกิจ

ทำงานได้จากทุกที่

เหมาะกับธุรกิจที่มีทีมทำงานนอกสถานที่ เช่น ฝ่ายขาย หรือ ทีมบริการลูกค้า เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากมือถือทุกระบบ

รองรับการเติบโตของธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเติบโต สามารถอัปเกรดแพ็กเกจ เพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล หรือ เพิ่มผู้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายระบบใหม่

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

คุณสามารถเริ่มใช้งาน Google Worksapce ได้โดยติดต่อกับทาง Google โดยตรง หรือ ติดต่อกับผู้ให้บริการระบบอีเมล ซึ่งทางเทคโนโลยีแลนด์คือหนึ่งผู้ให้บริการ Email HostingMicrosoft 365 ราคาถูกGoogle Workspace ราคาถูก และ Zoho email hosting

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace คือโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็กเติบโตได้อย่างมั่นคง ด้วยเครื่องมือที่ครบครัน ราคาคุ้มค่า และพร้อมใช้งานได้ทันที

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความการบริหารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Google Workspace (Efficient data management with Google Workspace)

การบริหารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Google Workspace

ข้อมูลคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กรยุคใหม่ การจัดเก็บ และบริหารข้อมูลอย่างปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น Google Workspace ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลทั้งหมดได้ในที่เดียว ทั้งปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา

พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่ยืดหยุ่น

Google Drive เป็นหัวใจหลักในการเก็บข้อมูลของ Workspace ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บเอกสาร ไฟล์ และโฟลเดอร์ทั้งหมดบนระบบคลาวด์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่จำกัด

การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง

ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ได้ละเอียด เช่น ให้บางทีมดูข้อมูลได้แต่ไม่สามารถแก้ไข หรือให้เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มพนักงานเฉพาะแผนก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านข้อมูลรั่วไหล

การค้นหาข้อมูลอย่างชาญฉลาด

ระบบค้นหาของ Google Workspace ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Google Search ทำให้สามารถค้นหาไฟล์ เอกสาร หรืออีเมลที่ต้องการได้ภายในไม่กี่วินาที

ความปลอดภัยของข้อมูลในระดับองค์กร

ข้อมูลทั้งหมดได้รับการเข้ารหัสทั้งในขณะส่ง และจัดเก็บ มีระบบตรวจจับภัยคุกคามแบบอัตโนมัติ และเครื่องมือ Data Loss Prevention (DLP) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ และการป้องกันอีเมลอันตราย เช่น ฟิชชิง

การสำรอง และกู้คืนข้อมูล

Google Workspace มีระบบสำรองอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกลบ หรือ เวอร์ชันก่อนหน้าได้ง่าย ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

คุณสามารถเริ่มใช้งาน Google Worksapce ได้โดยติดต่อกับทาง Google โดยตรง หรือ ติดต่อกับผู้ให้บริการระบบอีเมล ซึ่งทางเทคโนโลยีแลนด์คือหนึ่งผู้ให้บริการ Email HostingMicrosoft 365 ราคาถูกGoogle Workspace ราคาถูก และ Zoho email hosting

ข้อมูลโดยสรุป

การบริหารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพคือหัวใจขององค์กรยุคใหม่ Google Workspace จึงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวก และความยืดหยุ่นในการจัดการข้อมูลขององค์กรทุกขนาด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อ 5 เหตุผลที่องค์กรควรเปลี่ยนมาใช้ Google Workspace ทันที (5 Reasons Why Your Organization Should Switch to Google Workspace Now)

5 เหตุผลที่องค์กรควรเปลี่ยนมาใช้ Google Workspace ทันที

โลกของเทคโนโลยีองค์กรกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุค Cloud-first อย่างเต็มรูปแบบ และ Google Workspace คือโซลูชันที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับองค์กรที่ต้องการความคล่องตัว ความปลอดภัย และการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์

ความปลอดภัยระดับสูง

Google Workspace ใช้ระบบความปลอดภัยแบบหลายชั้น ทั้งการเข้ารหัสข้อมูล การตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทผู้ใช้ และการป้องกันอีเมลอันตราย เช่น ฟิชชิง

เครื่องมือครบในระบบเดียว

ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์หลายตัว เพราะ Workspace รวมทุกอย่างไว้ครบทั้งอีเมล เอกสาร การประชุม และการจัดเก็บไฟล์

ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว

องค์กรไม่ต้องลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ หรือ ระบบสำรองข้อมูล เพราะทุกอย่างอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ Google ซึ่งมีความเสถียรสูง

รองรับการขยายตัวขององค์กร

Google Workspace รองรับตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ สามารถเพิ่มผู้ใช้ หรือ พื้นที่จัดเก็บได้ทันทีโดยไม่ต้องหยุดระบบ

การทำงานแบบอัตโนมัติด้วย AI

ฟีเจอร์ Smart Compose, Smart Reply และการแนะนำเวลาประชุมช่วยลดงานซ้ำซ้อน ทำให้พนักงานโฟกัสกับงานที่สำคัญจริง ๆ

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

คุณสามารถเริ่มใช้งาน Google Worksapce ได้โดยติดต่อกับทาง Google โดยตรง หรือ ติดต่อกับผู้ให้บริการระบบอีเมล ซึ่งทางเทคโนโลยีแลนด์คือหนึ่งผู้ให้บริการ Email HostingMicrosoft 365 ราคาถูกGoogle Workspace ราคาถูก และ Zoho email hosting

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace คือระบบที่ออกแบบเพื่ออนาคตของการทำงานบนคลาวด์ มันไม่เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดขององค์กรให้ทันต่อเทคโนโลยี

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความเปรียบเทียบ Google Workspace กับระบบอีเมลทั่วไป อะไรคือความแตกต่าง (Compare Google Workspace to traditional email systems What's the difference?)

เปรียบเทียบ Google Workspace กับระบบอีเมลทั่วไป อะไรคือความแตกต่าง

หลายองค์กรอาจยังลังเลว่าจะอัปเกรดจากระบบอีเมลเดิมมาใช้ Google Workspace ดีหรือไม่ บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่า ความแตกต่างของทั้งสองระบบอยู่ที่ไหน และทำไม Google Workspace ถึงคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ฟังก์ชันการใช้งาน

ระบบอีเมลทั่วไปจำกัดเพียงการส่ง – รับข้อความ แต่ Google Workspace รวมเครื่องมือที่จำเป็นต่อการทำงานครบทุกมิติ ทั้งเอกสาร ประชุม และการแชร์ไฟล์

ประสบการณ์ผู้ใช้

Google Workspace ถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย มีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร และเชื่อมโยงกับบริการอื่นของ Google ได้อย่างลงตัว

ความปลอดภัย

ระบบอีเมลทั่วไปมักพึ่งการกรองสแปมพื้นฐาน แต่ Google Workspace มีระบบ AI ตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์, ฟิชชิง และมัลแวร์อย่างชาญฉลาด

การจัดเก็บ และเข้าถึงข้อมูล

Google Drive มีระบบสำรองอัตโนมัติ และค้นหาไฟล์ได้ภายในไม่กี่วินาที ต่างจากระบบทั่วไปที่อาจต้องค้นหาด้วยตนเอง

ความคุ้มค่าในระยะยาว

แม้ Workspace จะมีค่าบริการรายปี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์ หรือ การสูญเสียข้อมูลแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามากกว่า

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

คุณสามารถเริ่มใช้งาน Google Worksapce ได้โดยติดต่อกับทาง Google โดยตรง หรือ ติดต่อกับผู้ให้บริการระบบอีเมล ซึ่งทางเทคโนโลยีแลนด์คือหนึ่งผู้ให้บริการ Email HostingMicrosoft 365 ราคาถูกGoogle Workspace ราคาถูก และ Zoho email hosting

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace คือก้าวต่อไปขององค์กรที่ต้องการระบบสื่อสารครบวงจร ปลอดภัย และพร้อมขยายในอนาคต มากกว่าการใช้อีเมลธรรมดา มันคือโครงสร้างพื้นฐานของการทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อ Google Workspace Business Starter สามารถใช้งาน AppSheet Core ได้ไหม ? (Does Google Workspace Business Starter support AppSheet Core?)

Google Workspace Business Starter สามารถใช้งาน AppSheet Core ได้ไหม ?

AppSheet คืออะไร ?

AppSheet คือ App สำหรับการสร้างแอปพลิเคชันแบบ no-code ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างแอปสำหรับอุปกรณ์พกพาและเว็บได้ง่าย ๆ จากข้อมูลที่อยู่ใน Google Sheets, Excel, SQL, และแหล่งข้อมูลอื่น ๆ

Business Starter สามารถใช้งาน AppSheet Core ได้ไหม ?

Google Workspace Business Starter ไม่สามารถใช้งาน AppSheet Core ได้เนื่องจาก AppSheet Core จะรวมอยู่ใน Google Workspace editions ที่สูงกว่า เช่น Business Standard, Business Plus, และ Enterprise plans

หากต้องการใช้งาน AppSheet Core ต้องทำอย่างไร ?

  • เปลี่ยนไปใช้งาน Plan Business Standard หรือสูงกว่า
  • สมัคร AppSheet แบบเสียเงินแยกต่างหาก

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace Business Starter ไม่สามารถใช้งาน AppSheet Core ได้ เนื่องจาก AppSheet Core จะรวมอยู่ใน Google Workspace editions ที่สูงกว่า เช่น Business Standard, Business Plus, และ Enterprise plans แต่ยังสามารถใช้งาน AppSheet แบบ Free หรือ Starter plan (จำกัดฟีเจอร์) ได้ผ่านการสมัครแยกต่างหาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อ วิธีการปิด Take notes for me ใน Google Meet (How to turn off Take notes for me in Google Meet)

วิธีการปิด Take notes for me ใน Google Meet

ฟีเจอร์ “Take notes for me” ใน Google Meet เป็นระบบที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อจดบันทึกการประชุมให้อัตโนมัติ

วิธีการปิดฟีเจอร์ Take notes for me โดย Admin

  1. เข้าสู่ระบบ Admin ของ Google Workspace
  2. ไปที่เมนู App -> Google Workspace -> Google Meet​
  3. เลือก การตั้งค่า Gemini​
  4. ภายใต้ส่วน การจดโน้ตด้วย AI ของ Google ยกเลิกการเลือกตัวเลือก อนุญาตให้ผู้เข้าประชุมใช้การจดโน้ตด้วย AI ของ Google ในการประชุม

หมายเหตุ : การดำเนินการนี้จะปิดการใช้งานฟีเจอร์ “Take notes for me” กับผู้ใช้งานทุกคนภายในโดเมน

วิธีการปิด Take notes for me โดย User

วิธีการปิด Take notes for me โดย User แบ่งออกเป็น 2 วิธี ดังนี้

วิธีการปิด Take notes for me ในช่วงก่อนเริ่มการประชุม

ในหน้าต่างการตั้งค่าของการประชุม ยกเลิกการเลือกตัวเลือกที่เกี่ยวข้องกับการจดบันทึกอัตโนมัติ

วิธีการปิด Take notes for me ในช่วงระหว่างการประชุม

คลิกที่ไอคอนดินสอสีฟ้าที่มุมขวาบนของหน้าจอ แล้วเลือกปิดการจดบันทึก

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความการตั้งค่าเปิดแจ้งเตือนเมื่อผู้รับได้รับอีเมล (Setting to turn on notifications when recipients receive emails)

การตั้งค่าเปิดแจ้งเตือนเมื่อผู้รับได้รับอีเมล

ใน Google Workspace สามารถตั้งค่าเพื่อให้ทราบว่าผู้รับได้รับอีเมลแล้วโดยใช้ “การยืนยันว่าอ่านแล้ว” (Read Receipt) ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำหรับบัญชีที่ใช้ Google Workspace (บัญชี Gmail ปกติใช้ฟีเจอร์นี้ไม่ได้)

การเปิดใช้งาน Read Receipt บน Google Workspace

เปิดใช้งานใน Google Admin Console

การเปิดใช้งาน Read Receipt ต้องเข้ามาที่ Google Admin Console เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ก่อน มีวิการดังนี้

  1. ไปที่ Google Admin Console
  2. ไปที่ Apps -> Google Workspace -> Gmail
  3. เลือก User settings
  4. เลื่อนลงไปที่ Email read receipts
  5. เลือกตัวเลือกที่ต้องการ
    • Allow email read receipts to be sent to all addresses in your organization and to whitelisted external addresses (ให้ใช้งานได้ภายในโดเมน และกับบางโดเมนที่กำหนด)
    • Allow email read receipts to be sent to any email address (ให้ใช้งานได้กับทุกคน รวมถึงภายนอกโดเมน)
  6. กด Save

วิธีขอการยืนยันว่าอ่านแล้ว

หลังจากที่เปิดใช้งาน Read Receipt แล้ว ผู้ใช้งานก็สามารถใช้งาน Read Receipt ได้ดังนี้

  1. เปิด Gmail
  2. คลิก เขียน (Compose) เพื่อสร้างอีเมลใหม่
  3. พิมพ์เนื้อหาอีเมลตามต้องการ
  4. คลิกที่ จุดสามจุด (⋮) ตรงมุมขวาล่างของหน้าต่างเขียนอีเมล
  5. เลือก ขอการยืนยันว่าอ่านแล้ว (Request read receipt)
  6. กด ส่ง (Send)

วิธีดูว่าอีเมลถูกอ่านแล้วหรือยัง

เมื่อผู้รับเปิดอีเมล และยอมรับการแจ้งเตือน ระบบจะแจ้งเตือนว่าอีเมลถูกอ่านแล้ว และผู้ใช้งานจะได้รับอีเมลแจ้งเตือน หรือ สามารถดูใน Gmail ได้ว่าอีเมลถูกเปิดอ่านแล้ว

ข้อจำกัดของ Read Receipt

  • ผู้รับต้อง กดยืนยัน (Accept read receipt) ระบบจึงจะส่งการแจ้งเตือนกลับมา
  • ใช้ได้เฉพาะกับ Google Workspace ไม่สามารถใช้กับบัญชี Gmail ปกติได้
  • ไม่สามารถบังคับให้ผู้รับยืนยันการอ่านอีเมลได้
  • หากผู้รับใช้งานอีเมลผ่าน Apple Mail, Outlook, หรือแอปอื่น ๆ อาจไม่รองรับ Read Receipt

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบบทความ Google Workspace สามารถ Recall Email ได้ หรือ ไม่ ? (Can Google Workspace Recall Email?)

Google Workspace สามารถ Recall Email ได้ หรือ ไม่ ?

การ Recall Email เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการเป็นอย่างมาก เพราะบางทีผู้ใช้งานอาจผิดพลาดส่งอีเมลไปหาผู้รับผิดคน หรือ ส่งอีเมลที่เนื้อหาไม่ถูกต้องจนทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่การ Recall Email นั้น ไม่ได้สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะมีปัจจัยในหลาย ๆ เรื่อง และยังมีกฎบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม Google Workspace ยังมี Function Undo Send มาให้สำหรับผู้ที่ต้องการยกเลิกการส่ง

Undo Send ใน Google Workspace คืออะไร ?

Undo Send คือ Function ที่ทาง Google ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในกรณีที่ผู้ใช้งาน อาจส่งหาผู้รับผิดคน หรือ ยังแก้ไขเนื้อหาในอีเมลไม่เสร็จ และเผลอไปกดส่งเข้า ตัว Undo Send นี้ก็จะมี POP UP ขึ้นมาผู้ใช้งานสามารถกด Undo Send ได้ ซึ่งจะมีระยะเวลา 5 – 30 วินาที (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า)

สามารถตั้งค่า Undo Send ได้อย่างไร ?

  1. เข้าไปที่หน้า Gmail
  2. เข้าไปที่ Settings และเลือก See all settings
  3. ในหน้า General ให้หาหัวข้อ Undo Send
  4. เลือกระยะเวลาที่ต้องการแสดง POP UP (5, 10, 20 หรือ 30 วินาที)
  5. กด Save Changes เพื่อบันทึก

ข้อจำกัดของ Undo Send !

  • หากไม่ได้เปิดใช้งาน Function Undo Send ไว้ล่วงหน้า จะไม่สามารถยกเลิกการส่งอีเมลได้
  • สามารถตั้งเวลา POP UP ได้สูงสุด 30 วินาทีเท่านั้น หากไม่ได้กด Undo Send ภายในเวลาที่ตั้งค่า อีเมลจะถูกส่งถึงผู้รับ และไม่สามารถยกเลิกได้

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Recall Email เป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการเป็นอย่างมาก เพราะบางทีผู้ใช้งานอาจผิดพลาดส่งอีเมลไปหาผู้รับผิดคน หรือ ส่งอีเมลที่เนื้อหาไม่ถูกต้องไปจนทำให้เกิดความเสียหายได้ แต่การ Recall Email นั้น ไม่ได้สามารถทำได้ง่าย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Google Workspace ยังมี Function Undo Send มาให้สำหรับผู้ที่ต้องการยกเลิกการส่ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อการย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล (Moving data within an email to another email)

การย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล

เนื่องจากการใช้งานอีเมลบริษัทนั้น บางทีอาจต้องการลบอีเมลออก แต่ยังต้องการเก็บข้อมูลไว้จึงทำให้ต้องการย้ายข้อมูลจากอีเมลที่ต้องการลบไปยังอีกหนึ่งอีเมล สามารถทำตามขั้นตอนได้ดังนี้

ขั้นตอนการย้ายข้อมูลภายในอีเมลไปให้อีกหนึ่งอีเมล

  1. เข้าหน้า Admin Console ของ Google Workspace
  2. เข้าหัวข้อ Data
  3. เข้าหัวข้อ Data import & export
  4. เข้าหัวข้อ Data Migration
  5. กด Migrate ที่หัวข้อ Google Workspace emails
  6. ทำตามขั้นตอนในหัวข้อดังกล่าว

ข้อควรระวัง !

พื้นที่ของอีเมลที่จะย้ายข้อมูลไปนั้น ควรมีพื้นที่ที่มากพอ เพราะการย้ายไปจะใช้งานพื้นที่ของอีเมลนั้น ซึ่งหากพื้นที่ไม่มากพอ อาจทำให้พื้นที่เต็ม จนไม่สามารถ รับ – ส่งอีเมลได้ หรือ ทำให้ข้อมูลที่ย้ายไปไปไม่ครบ

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

การดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้นจะช่วยให้ท่านย้ายข้อมูลอีเมลไปยังอีกอีเมล หรือ Back up ข้อมูลได้อย่างปลอดภัย และไม่ยุ่งยากผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องมีความสามารถในด้าน IT ก็สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ

ภาพประกอบหัวข้อGoogle Workspace หนึ่งทางเลือกของ Email Hosting (Google Workspace, one alternative for Email Hosting)

Google Workspace หนึ่งทางเลือกของ Email Hosting

Email Hosting หรือ เรียกอีกอย่างคืออีเมบริษัท ซึ่ง Email Hosting นั้นมีให้เลือกใช้งานหลากหลายระบบโดย Google Workspace คือหนึ่งในระบบอีเมลที่มีผู้เลือกใช้งานอย่างมาก

Google Workspace คืออะไร ?

Google Workspace คือระบบอีเมลที่ให้บริการโดย Google โดย Google Workspace จะประกอบไปด้วย Email Hosting, Google Drive, Google Sheet, Google Meet, Google Docs และอื่น ๆ

Google Workspace มีให้บริการแบบใดบ้าง ?

Google Workspace มีให้บริการหลากหลาย Plan โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Google Workspace Business Starter

  • พื้นที่ 30 GB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 100 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google DocGoogle SheetGoogle Slides
  • ราคา 2,490 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Standard

  • พื้นที่ 2 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 150 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ราคา 5,600 บาท / Account / ปี

Google Workspace Business Plus

  • พื้นที่ 5 TB / Account
  • สามารถเข้าประชุมได้พร้อมกัน 500 Account (Google Meet)
  • มีเครื่องมือสำหรับองค์กร เช่น Google Doc, Google Sheet, Google Slides
  • สามารถเก็บไฟล์บันทึกการประชุมไว้ใน (Google Drive)
  • ห้องเก็บข้อมูลนิรภัย (Google Vault)
  • ราคา 9,500 บาท / Account / ปี

หากต้องการใช้ Google Workspace สามารถได้ทำอย่างไร ?

สามารถใช้งาน Google Workspace ราคาถูกได้โดยการทำ Hybird Email โดยสามารถสอบถามกับทางเทคโนโลยีแลนด์ได้เลย

ข้อมูลโดยสรุป

Google Workspace คือ Email Hosting ที่มีผู้เลือกใช้งานอย่างมากโดย Google Workspace มีให้บริการหลากหลาย Plan ซึ่งการเลือกใช้งานควรเลือกใช้งาน Plan ที่ตอบโจทย์กับงบประมาณที่มี และความต้องการใช้งานมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความที่น่าสนใจ